นอกจากการปกป้องข้อมูลระหว่างการส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้ว การจัดเก็บข้อมูลในระบบที่ปลอดภัยตามนโยบายความเป็นส่วนตัวก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน เว็บไซต์ที่ดีจะไม่เพียงแต่ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสในการส่งข้อมูล แต่ยังให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ที่มีความปลอดภัยสูง เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้มักจะตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งมีการควบคุมการเข้าถึงอย่างเคร่งครัด

นโยบายความเป็นส่วนตัว โดยใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสขั้นสูงในการปกป้องข้อมูล
การเข้ารหัสข้อมูลเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บนอินเทอร์เน็ตตามนโยบายความเป็นส่วนตัว เว็บไซต์ที่มีความรับผิดชอบและตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องข้อมูลโดยจะใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสขั้นสูง เช่น SSL (Secure Socket Layer) และ TLS (Transport Layer Security) ซึ่งเป็นมาตรฐานการเข้ารหัสที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมการเงินทั้งการสื่อสารออนไลน์
เทคโนโลยีการเข้ารหัสนี้ทำงานโดยการเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกส่งผ่านจากผู้ใช้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ให้กลายเป็นรหัสที่ไม่สามารถอ่านได้โดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น เมื่อคุณทำธุรกรรมทางการเงิน ข้อมูลบัตรเครดิตของคุณจะถูกเข้ารหัสก่อนที่จะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ ทำให้แม้ว่าจะมีผู้ดักจับข้อมูลระหว่างทาง แต่ก็ไม่สามารถอ่านหรือใช้ข้อมูลนั้นได้
นอกจากนี้การเข้ารหัสยังช่วยป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลระหว่างการส่ง ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ถูกส่งและรับระหว่างคุณกับเว็บไซต์จะปลอดภัยจากการถูกแฮ็กหรือโจมตีจากบุคคลที่ไม่หวังดี
การจัดเก็บข้อมูลในระบบที่ปลอดภัยตามนโยบายความเป็นส่วนตัว
นอกจากการปกป้องข้อมูลระหว่างการส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้ว การจัดเก็บข้อมูลในระบบที่ปลอดภัยตามนโยบายความเป็นส่วนตัวก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน เว็บไซต์ที่ดีจะไม่เพียงแต่ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสในการส่งข้อมูล แต่ยังให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ที่มีความปลอดภัยสูง เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้มักจะตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งมีการควบคุมการเข้าถึงอย่างเคร่งครัด
การบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นมืออาชีพ มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่โปร่งใส
การที่เว็บไซต์มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจนทั้งโปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานได้อย่างมาก นโยบายความเป็นส่วนตัวควรระบุอย่างชัดเจนว่าเว็บไซต์จะจัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้อย่างไร การบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นมืออาชีพเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความไว้วางใจ
เว็บไซต์ที่มีมาตรฐานสูงจะมีการแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงสิทธิ์ของตนในการจัดการข้อมูลส่วนตัว เช่น การเข้าถึง การแก้ไข และการลบข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีการอธิบายถึงขั้นตอนทั้งมาตรการที่เว็บไซต์ใช้ในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อย่างละเอียด และยังมีการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ ยกเว้นในกรณีที่กฎหมายกำหนด
การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลนโยบายความเป็นส่วนตัวตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
สำหรับการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลเป็นหนึ่งในข้อกำหนดไว้ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ เว็บไซต์จะใช้ระบบควบคุมการเข้าถึงที่เข้มงวดตามนโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ได้ มาตรการนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกเปิดเผยหรือถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย
การจัดเก็บข้อมูลในระบบที่ปลอดภัยช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานถูกเข้าถึงหรือขโมยโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต การใช้เซิร์ฟเวอร์ที่มีความปลอดภัยสูงทั้งระบบป้องกันที่ทันสมัยช่วยรักษาความลับทั้งความสมบูรณ์ของข้อมูล ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานว่า ข้อมูลของพวกเขาจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด
ระบบป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลมักจะรวมถึงการใช้ Firewall เพื่อป้องกันการโจมตีจากภายนอก การใช้ระบบป้องกันการบุกรุก (Intrusion Detection and Prevention Systems – IDPS) การเข้ารหัสข้อมูล (เช่น SSL/TLS) และการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายหรือถูกโจมตีจากแฮ็กเกอร์
นโยบายจะระบุถึงวิธีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจน รวมถึงการจัดการข้อมูลในระบบที่ปลอดภัย การปกป้องข้อมูลจากการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต ทั้งการใช้ข้อมูลนั้นตามที่ตกลงกันไว้ นโยบายนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าข้อมูลของพวกเขาจะถูกจัดเก็บและจัดการอย่างไร ทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ
